การลงมติของ CITES ครั้งนี้ จะนำไปสู่การคุ้มครองยีราฟทั่วโลก รวมทั้งการห้ามซื้อขายชิ้นส่วนของยีราฟ เช่น กระดูก หนัง และเนื้อยีราฟคนทั่วไปคิดว่ายีราฟมีอยู่มากมายในแอฟริกาแต่ในความเป็นจริงสัตว์สายพันธุ์นี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงซึ่งเกิดจากจำนวนที่ลดลงอย่างรวดเร็วถิ่นที่อยู่อาศัยน้อยลงปัญหาความแห้งแล้งและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ตลอดจนการถูกฆ่าอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำชิ้นส่วนไปขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บางส่วนทางตะวันออกและตะวันตกของแอฟริกา ที่ประชุม CITES ชี้ด้วยว่า ปัจจุบัน จำนวนยีราฟในธรรมชาตินั้นมีอยู่ไม่กี่หมื่นตัว ซึ่งน้อยกว่าจำนวนช้างแอฟริกันเสียอีก ขณะเดียวกัน รายงานด้านสัตว์ป่าโลกระบุว่า อเมริกาคือตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าชิ้นส่วนผิดกฎหมายของยีราฟ